
เสียงลูกปิงปองกระทบโต๊ะดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ภายในอาคารเล็กๆ ของโรงเรียนปิยมิตรวิทยา อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา เปรียบเสมือนสัญญาณเริ่มต้นของโอกาสใหม่ ที่กำลังถูกส่งต่อให้กับเยาวชนกว่า 100 ชีวิต เด็กๆ เหล่านี้ บางคนไม่เคยจับไม้ปิงปองมาก่อน กว่า 30 คนที่เป็นเยาวชนกลุ่มชาติพันธุ์เพิ่งมีโอกาสฝึกเล่นอย่างจริงจัง และเกือบทุกคนที่ครั้งนี้จะได้ลองฝึกกับโค้ชมืออาชีพเป็นครั้งแรก
นี่คือภาพของ “ค่ายสโมสรเทเบิลเทนนิสบ้านปู (BTTC Remote Camp)” หนึ่งกิจกรรมของสโมสรเทเบิลเทนนิสบ้านปู (Banpu Table Tennis Club) ภายใต้การสนับสนุนของ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ที่ได้จัดกิจกรรม BTTC Remote Camp ส่งต่อองค์ความรู้ด้านกีฬาเทเบิลเทนนิสมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยความมุ่งมั่นที่อยาก นำความรู้จากโค้ชมืออาชีพ และประสบการณ์จากนักกีฬารุ่นพี่ ส่งต่อไปยังเด็กๆ ในพื้นที่ที่ห่างไกล เพื่อให้ทุกคนได้เข้าถึง “มาตรฐานกีฬา” พร้อมเปิดโอกาสให้นักกีฬาในสโมรฯ ได้ใช้ความสามารถของตัวเองตอบแทนสังคม

ปีนี้ BTTC นำทีมผู้ฝึกสอนและนักกีฬาจำนวน 8 คนเดินทางขึ้นเหนือ เพื่อร่วมกับสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดพะเยาในการสานฝันและสร้างแรงบันดาลใจ ให้เยาวชนในจังหวัดพะเยาและพื้นที่ใกล้เคียง ผ่านกิจกรรมที่ออกแบบมาเพื่อพัฒนาทักษะกีฬาเทเบิลเทนนิสตามหลักมาตรฐานสากล ทั้งสำหรับเยาวชนที่มีพื้นฐานอยู่แล้วและเยาวชนที่เพิ่งเริ่มต้น
ตลอดระยะเวลา 3 วัน กลุ่มที่เป็นนักกีฬาจะได้รับการพัฒนาเทคนิคเชิงลึก ทั้งการวางระบบการเล่น การปรับจังหวะ การเสริมความแม่นยำ และการปูแนวทางฝึกฝนอย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถนำทักษะใหม่ไปใช้ในสถานการณ์จริง เพิ่มความมั่นใจและแรงขับเคลื่อนสู่ความเป็นเลิศในอนาคต ขณะเดียวกัน กลุ่มที่เพิ่งเริ่มต้นได้รับการปูพื้นฐานอย่างถูกต้อง ตั้งแต่การวอร์มอัป การจับไม้ การตีพื้นฐาน ไปจนถึงการจัดท่าทางที่ถูกต้องและการเสริมความแข็งแรงของร่างกาย เพื่อสร้างฐานที่แข็งแรงและต่อยอดได้ในระยะยาว
การเรียนรู้ของทั้งสองกลุ่มเดินคู่กันไปอย่างกลมกลืน โดยเป้าหมายเดียวคือการเปิดโอกาสให้เยาวชนทุกคนได้พัฒนาทักษะปิงปองอย่างถูกวิธี

โอม จีรัฐติกุล เกษมพงศ์เรือง นักกีฬาในสโมสรเทเบิลเทนนิสบ้านปู และนักกีฬาเยาวชนทีมชาติไทย ในฐานะต้นแบบผู้ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยฝึกสอน บอกว่า “รู้สึกดีใจที่ได้มีส่วนร่วมในการเปิดโอกาสด้านกีฬา ให้กับน้องๆ ในจังหวัดพะเยาและพื้นที่ใกล้เคียง หลายคนมุ่งมั่นฝึกฝนเพื่อพัฒนาทักษะอย่างเต็มที่ ส่วนบางคนที่เพิ่งเคยจับไม้ปิงปองครั้งแรก ก็ตั้งใจเรียนรู้ ลองผิดลองถูกด้วยความสนุกสนาน ทำให้รู้สึกว่าการจัดกิจกรรมของพวกเรา มีคุณค่าต่อน้อง ๆ อย่างมาก ที่สำคัญประสบการณ์ในครั้งนี้ ไม่เพียงทำให้ผมภูมิใจที่ได้เป็นผู้ให้ แต่ยังเป็นการได้พัฒนาตัวเองในบทบาท ‘ผู้ฝึกสอน’ อีกด้วย”
ด้าน นางสาวกมลลักษณ์ เมอแร่ หนึ่งในตัวแทนเยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการจากจังหวัดพะเยา กล่าวว่า “ไม่เคยคิดว่าจะได้เรียนปิงปองกับโค้ชและพี่ ๆ นักกีฬาที่เก่งแบบนี้มาก่อน พอได้เรียนแบบจริงจัง ทำให้เข้าใจวิธีการเล่นที่ถูกต้อง และยังได้เรียนรู้เทคนิคที่ช่วยให้เล่นอย่างมั่นใจมากขึ้น ทำให้อยากฝึกต่อไปเพราะอยากเก่งแบบพี่ ๆ และถ้ามีโอกาสก็อยากเป็นนักกีฬาปิงปองเหมือนกันค่ะ”

นายรัฐพล สุคันธี ผู้อำนวยการสายอาวุโส-สื่อสารองค์กร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการสโมสรเทเบิลเทนนิสบ้านปู (BTTC) กล่าวเสริมว่า “สโมสรเทเบิลเทนนิสบ้านปู ให้ความสำคัญกับการพัฒนานักกีฬาทั้งในด้านศักยภาพทางกีฬา คุณธรรม จริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคม ผมรู้สึกภูมิใจที่เห็นนักกีฬาของเรามีความสุขและตั้งใจถ่ายทอดความรู้ให้น้องๆ ที่เข้าร่วมโครงการ และดีใจที่เห็นน้องๆ จากพะเยาตั้งใจเรียน มีความมุ่งมั่น ขอขอบคุณสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดพะเยาที่ทำให้กิจกรรมนี้สำเร็จด้วยดี สำหรับปีถัดไป BTTC จะยังคงจะสานต่อโครงการฯ และขยายโอกาสไปในพื้นที่ที่สนใจยกระดับนักกีฬาเทเบิลเทนนิสให้ได้มาตรฐานสากลเหมือนเช่นพะเยาในปีนี้”
ทั้งนี้ ติดตามความเคลื่อนไหวโครงการสโมสรเทเบิลเทนนิสบ้านปู (BTTC) ได้ที่ https://www.facebook.com/BanpuTableTennisClub

หมายเหตุ: เกี่ยวกับโครงการ BTTC
ค่ายสโมสรเทเบิลเทนนิสบ้านปู (BTTC Remote Camp) เป็นกิจกรรมที่มุ่งส่งต่อองค์ความรู้ด้านกีฬาเทเบิลเทนนิสจากโค้ชและนักกีฬารุ่นพี่ ไปยังเยาวชนในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านโอกาสและการเข้าถึงการฝึกสอนที่มีมาตรฐาน แม้จะไม่ได้กำหนดจำนวนจังหวัดที่ลงพื้นที่อย่างตายตัว แต่โครงการมีแนวคิดหลัก คือ “การส่งต่อองค์ความรู้เทเบิลเทนนิสที่ได้มาตรฐานสู่พื้นที่ที่ยังขาดโอกาสและต้องการการผลักดัน” เพื่อให้เยาวชนในพื้นที่ห่างไกล สามารถเข้าถึงการพัฒนาศักยภาพด้านกีฬาได้อย่างเท่าเทียม โดยทีมผู้สอนประกอบด้วย หัวหน้าโค้ช สต๊าฟโค้ช และนักกีฬาเยาวชน 6 คน ซึ่งตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรมากว่า 16 ปี BTTC ได้จัดกิจกรรมไปแล้วกว่า 10 ครั้ง
เกี่ยวกับบ้านปู
บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลาย ดำเนินธุรกิจหลัก 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ Next-Gen Mining (เหมืองยุคใหม่) US Closed-Loop Gas (ก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ) Power+ (ไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง) Future Tech (เทคโนโลยีแห่งอนาคต) ในประเทศไทย อินโดนีเซีย จีน ออสเตรเลีย ลาว มองโกเลีย ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม โดยมุ่งเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน ด้วยการสร้างสมดุลพลังงานที่มีความเสถียร สามารถเข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสม และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม