
คุ้มมากหรือ... คุ้มมากเลยใช่ไหม? กับปฏิบัติการทางทหาร "สั่งสอน" เขมร
ถล่มฐานที่มั่นทางทหาร-ยึดพื้นที่พิพาท เพื่อสถาปนาบูรณภาพแห่งดินแดนไทย
คุ้มมากเลยใช่ไหม๊? กับ "ชัยชนะบนซากปรัก" บนสมรภูมิ
ที่ต้องแลกกับการอพยพผู้คนกว่า 8 แสน ที่ต้องอพยพออกจากถิ่นฐานบ้านเรือน
โดยไม่รู้เลยว่า อีก 3 ปี 5 ปี หรือ 10 ปีจากนี้ สถานการณ์แห่งการสู้รบจะ "จบลง" เมื่อใด

ทุกแขนขาของทหารหาญ... และ "ทุกร่าง" ที่ต่องสูญเสียในสมรภูมิ
คือ "ความรับผิดชอบ" ที่ "เขมร" ต้องชดใช้
คือความเสียสละที่คนไทยต้องมี "ส่วนร่วม"
เพราะมันคือวีรกรรมและวีรบุรุษที่ต้อง "เชิดชู"
รวมทั้งคนไทยกว่า 8 แสนในพื้นที่สู้รบ 7 จังหวัด ที่ต้องยอมรับใน "ชะตากรรม" ที่ว่านี้...
เพราะ "ชาติและผืนแผ่นดิน" ต้อง "มาก่อน"

ไม่มีใครเหลียวกลับมามองเลยว่า...อนาคตของผู้คนกว่า 8 แสนเหล่านี้ ที่ต้องถูกบังคับให้ละทิ้งถิ่นฐานบ้านเรือน อพยพไปอยู่ยังศูนย์พักพิงทางการ
ต้องใช้ชีวิตอยู่อย่าง "อนาถา".... ไม่ต่างจากชาวเขมรที่เคยหนีภัยสงครามในอดีต
บ้านช่องห้องหอ ทรัพย์สมบัติ รถราและอาชีพการงานที่เคยมีจ่อจะต้อง "สูญเสีย"
จากสถานการณ์สู้รบที่มีแต่จะ "ยืดเยื้อ"
สิ่งเหล่านี้...มันคือ "ชะตากรรม"
มันคือความเสียสละที่เขาต้อง "ยอมรับ" อย่างนั้นหรือ?

ความสงบสุขที่เคยมีมานับ 100 ปี
ผืนแผ่นดินที่ผู้คน 2 ฝั่งเคยใช้ "ร่วมกัน" เคยไปมาหาสู่กันมานับ 100 ปี "หลายชั่วอายุคน"
แม้จะมี "เส้นเขตแดน" ที่ประวัติศาสตร์บอกว่า เป็นการปักปันที่กระทำกันมาตั้งแต่ "พ่อหลวง ร.5"
แม้จะมีเรื่องระหองระแหง ตีกันหัวร้างข้างแตก แต่กลับไม่ได้ทำให้ผู้คนสองฝั่ง รู้สึกถึงความเป็น "อริราชศัตรู" ที่ต้องลุกขึ้นมาห้ำหั่นให้แหลกลานกันไปข้าง
แล้ววันนี้เกิดอะไรขึ้นหรือ?....
เหตุใดความ "จงเกลียดจงชัง" จึงปะทุขึ้นมา หยั่งรากลึกขึ้นมาในความรู้สึกของผู้คน 2 ฝั่งได้
เพราะเขมรเปลี่ยนไป? เพราะเขมรลอบกัด..เพราะเขมรคือรังสแกมเมอร์ แหล่งอบายมุข "กาสิโน"
ที่ไม่อาจอยู่ร่วมโลกกับไทยเราอย่างนั้นหรือ?
เราจึงมี "ความชอบธรรม" ในการกำจัดให้สิ้นซากใช่ไหม?

คนไทยเราจึงต้องยอมเสียสละ และยอมรับ "ชะตากรรม" ต่อปฏิบัติการที่ต้องแลกมาด้วยความ "ย่อบยับ" ของผู้คนทั้งสองฝั่ง
บาดแผลที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เรายังเชื่ออีกหรือว่า มันจะไม่ถูก "ส่งต่อ" ไปยังอนุชนรุ่นลูกรุ่นหลาน
ถูกส่งต่อความขัดแย้งที่พร้อมจะปะทุขึ้นมา โดยไม่มีทางจะดับมอดได้ แม้จะผลัดเปลี่ยนผู้นำไปอีกกี่ยุคกี่สมัยก็ตาม
ไม่นานจากนี้... เราคงได้เห็นผู้คนที่ "สิ้นไร้ไม้ตอก" ต้องดิ้นรนใช้ชีวิตกันอยู่อย่างอนาถา
ได้เห็นผู้คนแห่แหนไปสอบบรรจุครู สอบนักการหรือแม้แต่ จนท.อสม. อปท ที่แม้นจะมีค่าตอบแทน 8,000-10,000 บาท หรือเฮโลสมัครเป็นทหารอาสามืดฟ้ามัวดิน
ไม่ต่างจากคนอินเดียเรือนแสน ที่แห่ไปสมัครเข้าเป็น รปภ. ขั้นต้นของรัฐ.. จนต้องอาศัยรันเวย์สนามบินเป็นสนามสอบ
เพราะเมื่อเศรษฐกิจไทยตกต่ำ-ดำดิ่งถึง "ขีดสุด" ผู้คนสิ้นไร้ไม้ตอก ไร้ทางเลือกในการประกอบอาชีพแล้ว
ถึงเวลานั้นชะตากรรมของคนไทยเรา คงไม่ได้ต่างจากบ้านพี่เมืองน้องที่เรา "ปรามาส" อยู่นั่นแหล่ะ
แก่งหิน เพิง