
เป็นไปตามคาดการณ์ของทุกฝ่าย ผลการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนนัดพิเศษที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ความขัดแย้งและการสู้รบระหว่างไทย-กัมพูชา ที่ปะทุขึ้นมาเป็นคำรภ 2 ตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคมเป็นต้นมา โดยยังคงไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง
ผลการประชุมที่ออกมายังคงไม่มีถ้อยแถลงให้ทั้งสองฝ่ายยุติการสู้รบใดๆ ออกมา
โดย รมต.ต่างประเทศของไทย ยังคงยืนยันไทยเรายังยึดมั่น ต้องการสันติ ไม่ต้องการจะไปรุกรานใคร แต่ก็ขึ้นอยู่กับกัมพูชาจะมีความจริงใจในการปฏิบัติตามข้อตกลงแค่ไหน?
เพราะที่ผ่านมากัมพูชาเที่ยวไปบอกนานาชาติว่า ตนเองพร้อมหยุดยิง พร้อมเจรจา แต่กลับไม่เคยแจ้งโดยตรงกับไทย ไม่เคยแสดงความจริงใจยื่นข้อเจรจาใดๆ มายังประเทศไทย

หลายฝ่ายแสดงความสะใจต่อท่าทีอันแข็งกร้าวและเหนือชั้นของ รมต.ต่างประเทศไทยเรา ที่ไม่ยอมก้มหัว รับใบสั่งจากชาติมหาอำนาจ ที่คอยแต่จะกดหัวกดดันให้ไทยต้องยุติการสู้รบโดยไม่ยอมไปบอกอีกฝ่ายคือกัมพูชา ที่เป็นต้นตอการละเมิดข้อตกลงครั้งแล้วครั้งเล่า
หลายฝ่ายแสดงความสะใจเมื่อไร้ข้อตกลหยุดยิง ก็แปลว่าทหารไทยสามารถจะเดินหน้าปฏิบัติสั่งสอนเขมรให้หราบจำจะได้ไม่แว้งกัดไทยเราได้อีก
แต่...สิ่งที่ทุกฝ่ายต้องตระหนัก ทุกอย่างย่อมมี "ราคา" ที่ต้องจ่าย!

เมื่อทั้งไทยและกัมพูชา ยังคงเมินเฉยที่จะกลับสู่โต๊ะเจรจา ไม่ยอมปฏิบัติตามข้อตกลงตามปฏิญญาที่ทั้งฝ่ายฝ่ายลงนามร่วมกัน และยังคงเดินหน้าที่จะใช้กำลังเข้าห้ำหั่นกันต่อไปเช่นนี้
ปฏิเสธไม่ได้ว่า นั่นย่อมเท่ากับเป็นการ "ตบหน้า" มหาอำนาจยักษ์อย่างสหรัฐฯ ที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการจัดทำข้อตกลงและปฏิญญาร่วมทั้งทั้งไทย และกัมพูชา ได้ลงนามไว้
จนทำให้ "ปธน.โดนัลป์ ทรัมป์" ของสหรัฐฯ ตบรางวัลให้ทั้งไทยและกัมพูชา ด้วยการลดภาษีนำเข้าสินค้า หรือ "ภาษีทรัมป์" ให้แก่ไทยและกัมพูชาในอัตรา 19% ต่ำกว่าชาติอื่นๆ ในอาเซียนด้วยกัน

เมื่อไทยและกัมพูชา "ฉีก" ปฏิญญาร่วมที่ว่านี้ จะด้วยข้ออ้าง "เขมรจอมลวงโลก" ละเมิดข้อตกลงกับไทยก่อน หรือสิ่งที่ไทยดำเนินการตอบโต้กัมพูชากลับไป เป็นการปกป้องอธิปไตยของไทยอย่างได้สัดส่วน "สมน้ำสมเนื้อ"
แต่การที่ "ปธน.ทรัมป์" ต้อง "เสียหน้า" จากการที่ไทยและกัมพูชาฉีกปฏิญญาร่วมที่ทั้งสองฝ่ายลงนามกันไว้ ย่อม "มีราคา" ที่ต้องจ่ายตามมาแน่!
ผู้นำชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ คงไม่ยอมเสียหน้าจากการที่ประเทศเล็กๆ อย่างไทยและกัมพูชา มองปฏิญญาที่ทำกันไว้เป็นแค่ของเล่นแน่

ภาวนากันได้เลยว่า ทั้งไทยและกัมพูชามีโอกาสที่จะโดน "ภาษีทรัมป์" เล่นงานกลับในอัตราที่สูงกว่า 45-50% แน่ เพื่อเป็นการสั่งสอนและเป็นบทเรียนให้ทั้งสองประเทศได้หราบจำ
ถึงเวลานั้น ต่อให้รัฐบาลทหารออกมาปลอบประโลม ขอความเห็นใจหรือเรียกร้องให้ผู้คนต้องเสียสละ เพราะ "ชาติต้องมาก่อน" อย่างไร ก็ไม่อาจจะปกป้องอำนาจมีอยู่ได้
แนวโน้ม "มิคสัญญี" เป็นได้คืบคลานมาเยือนประเทศไทยเรา ก่อนได้ยลโฉมรัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้งทั่วไปอย่างแน่นอน
ปูเสื่อรอดูกัน !!!!
แก่งหิน เพิง