
#กรณีโศกนาฏกรรมเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟที่สัญจรอยู่ด้านล่างพื้นที่ก่อสร้าง จนทำให้ขบวนรถไฟพลิกค่ำตกราง เกิดเพลิงไหม้มีผู้เสียชีวิตไปถึง 32 ราย บาดเจ็บอีกนับ 100 ราย
ก่อนจะมาเกิดเหตุซ้ำซ้อนเครนก่อสร้างบนถนนพระราม 2 พังถล่มลงมาทับรถยนต์ที่สัญจรผ่านเบื้องล่าง จนทำให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที 2 ราย ก่อนจะพบว่า ทั้งสองเหตุการณ์นั้นเกิดจากบริษัทรับเหมารายเดียวกัน และเป็นบริษัทรับเหมาที่เคยสร้างวีรกรรมก่อสร้างอาคารสำนักงานใหม่ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่เกิดเหตุพังถล่มจนเป็นซากทำให้มีผู้เสียชีวิตไปนับ 100 ราย มาแล้วเมื่อต้นปี 2568 ที่ผ่านมา
ก่อให้เกิดคำถามขึ้นในสังคมในวงกว้าง ประเทศไทยไม่มีกฎหมายดำเนินการเอาผิดกับบริษัทรับเหมาสุดชุ่ยเหล่านี้เลยหรืออย่างไร?
เหตุใดบริษัทรับเหมายักษ์รายเดียวกันยังคงก่อให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซาก โดยที่บริษัทและผู้บริหารไม่ถูกดำเนินคดีใดๆ กฎหมายจัดการกับรับเหมาชุ่ยที่ทำผิดพลาดครั้งแล้วครั้งเล่าเหล่านี้ ไม่มีเลยหรือ?
วิถีชีวิตของประชาชนคนไทยต้อง "แขวนอยู่บนเส้นด้าย" ลักษณะนี้ไปอีกนานแค่ไหน?

กระแสเรียกร้องให้หน่วยงานเกี่ยวข้องลงมา "สังคายนา" กฎหมายในการเอาผิดกับบริษัทรับเหมาที่ขาดความรับผิดชอบ กระทำผิดซ้ำซากกระหึ่มขึ้นมาเต็มบ้านเต็มเมือง..
เราจึงขอประมวลบทลงโทษทางกฎหมาย กรณีบริษัทรับเหมาก่อสร้างกระทำการผิดพลาด จนก่อให้เกิดอุบัติเหตุจนมีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตในต่างประเทศนั้นเขามีบทลงโทษกันอย่างไร?
#สหรัฐฯ ผู้บริหารเจอคุก-ถูกฟ้องหัวโต
เริ่มตั้งแต่พี่เบิ้มสหรัฐอเมริกา หากเกิดเหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้ขึ้น ผู้บริหารบริษัทรับเหมารายนั้น จะต้องรับผิดทางอาญาอย่างหนักในข้อหา Gross Negligence หรือ "ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง" ทั้งผู้บริหาร วิศวกร และผู้ควบคุมงานมีโอกาสติดคุกจริงหลายสิบปีต่อหนึ่งคดี โดยมีหน่วยงานหลักอย่างกระทรวงยุติธรรมเข้ามาดูแล เพื่อให้มั่นใจว่าองค์กรที่ทำผิดพลาดจนทำให้คนตายต้องได้รับโทษที่สาสม
โดยบริษัทจะถูกฟ้องร้องและสั่งปรับเป็นเงินมหาศาลหลายร้อยล้านดอลลาร์ รวมถึงต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของศาลไปอีกหลายปี

นอกเหนือจากโทษอาญาแล้ว ในสหรัฐฯ ยังมีความรับผิดทางแพ่งที่รุนแรงมาก โดยครอบครัวผู้เสียชีวิตสามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายเอากับบริษัทที่กระทำการละเมิดได้อีก บางรายฟ้องกันสิบล้านหรือนับร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐเลยก็มี
นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานโอชา (OSHA) ที่คอยควบคุมความปลอดภัยแรงงาน ซึ่งมีอำนาจสั่งหยุดงานก่อสร้างทันทีและสั่งปรับสูงสุดหากพบการละเมิดโดยเจตนา หากมีการทำผิดซ้ำซากแบบในไทย บริษัทอาจถึงขั้นล้มละลาย ตัววิศวกรผู้ควบคุมงานจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตทันที ทั้งยังอาจถูกห้ามรับงานจากภาครัฐทุกระดับ
#ญี่ปุ่น ผู้บริหารต้องลาออกทันที
ประเทศญี่ปุ่นจะมองเหตุการณ์เหล่านี้ว่าเป็นความ "ล้มเหลว" อย่างสิ้นเชิงของบริษัทและผู้บริหาร ตัวผู้บริหารจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบตามสายบังคับบัญชา และมีวัฒนธรรมการ "ลาออกทันที" เพื่อแสดงความรับผิดชอบ หลักการของญี่ปุ่นนั้น ยิ่งตำแหน่งสูงเท่าไหร่ ความรับผิดชอบต่อความสูญเสียก็ต้องสูงตามไปด้วยเท่านั้น
ขณะที่ในด้านบทลงโทษตามกฎหมายนั้น ญี่ปุ่นจะใช้บทลงโทษความประมาทในการประกอบวิชาชีพเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งผู้จัดการโครงการและกรรมการบริษัทมีโอกาสถูกจำคุกทันทีโดยไม่รอลงอาญา

#เกาหลีใต้ โทษประหารทางสังคม
ส่วนประเทศเกาหลีใต้ หากเกิดเหตุการณ์ตึกถล่มและมีผู้เสียชีวิตในเกาหลีใต้ระหว่างการก่อสร้างหรือรื้อถอนอาคาร บริษัทรับเหมาจะเผชิญกับมาตรการลงโทษที่รุนแรง เนื่องจากเกาหลีใต้มีความเข้มงวดสูงมาก หลังการประกาศใช้กฎหมายใหม่ที่ชื่อว่ากฎหมาย SAPA (Serious Accident Punishment Act) นับตั้งแต่ปี 2065 (2022)เป็นต้นมา
โดยกฎหมายฉบับนี้ ถือเป็น "เครื่องประหาร" ที่น่ากลัวที่สุดสำหรับผู้บริหารบริษัทรับเหมาก่อสร้างในเกาหลีใต้ เพราะไม่ว่าจะอยู่ในที่เกิดเหตุหรือไม่ หากพิสูจน์ได้ว่าบริษัทละเลยมาตรการความปลอดภัยจนก่อให้เกิดเหตุ ผู้บริหารสูงสุด ทั้ง CEO ประธานบริษัท หรือเจ้าของกิจการอาจต้องโทษจำคุกอย่างน้อย 1 ปี หรือปรับสูงสุดถึง 1,000 ล้านวอนโดยไม่มีการรอลงอาญาใดๆ ส่วนบริษัทยังอาจถูกปรับสูงสุดถึง 5,000 ล้านวอน
ไม่เพียงเท่านั้น กรณีมีผู้เสียชีวิต บริษัทต้องจ่ายค่าชดเชยแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตสูงสุดถึง 5 เท่าของมูลค่าความเสียหายจริงอีกด้วย
นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงกฎหมายเมื่อปี 2567 ให้รุนแรงขึ้นอีก โดยเพิ่มโทษทางแพ่งเรียกเก็บค่าปรับสูงถึง 5% ของกำไรจากการดำเนินงานของทั้งบริษัท หากเกิดเหตุซ้ำซาก

ส่วนมาตรการทางปกครอง (Administrative Sanctions) รัฐบาลเกาหลีใต้มักใช้มาตรการ "เชือดไก่ให้ลิงดู" กับโครงการขนาดใหญ่ ทั้งการพักใบอนุญาต บริษัทผู้ก่อเหตุจะถูกสั่งระงับการดำเนินงานทั่วประเทศเป็นเวลา 8 เดือน - 1 ปี ซึ่งหมายถึงห้ามรับงานใหม่และห้ามประมูลงานรัฐ
และกรณีร้ายแรงสุดอาจถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาต อย่างเช่น กรณีของบริษัท HDC Hyundai Development ที่เกิดเหตุซ้ำซ้อน รัฐบาลมีการพิจารณาเพิกถอนทะเบียนบริษัท จนทำให้บริษัทไม่สามารถดำเนินธุรกิจก่อสร้างได้อีก เพราะ Blacklist ถูกตัดสิทธิ์จากการประมูลโครงการของรัฐอย่างถาวร
และต่อให้เป็นบริษัทในเครือแชโบลยักษ์คับประเทศขนาดไหนก็ไม่สามารถใช้เส้นสายหลีกหนีความรับผิดชอบได้ รัฐบาลและศาลเกาหลีใต้ต่างให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของชีวิตผู้คนประชาชนเกาหลีใต้ก่อนเป็นลำดับแรก(ถึงขนาดจัดส่งกองกำลังบุกไปยังกัมพูชา เพื่อนำตัวประชาชนชาวเกาหลีที่ถูกลวงมาทำงานในกัมพูชากลับประเทศก็ทำมาแล้ว)
ส่วนประเทศไทยเป็นอย่างไร บทลงโทษรับเหมายังไม่ได้ถึงครึ่งของต่างประเทศเหล่านี้แม้แต่น้อย แม้แต่การชดเชยความเสียหายหรือค่าชีวิตของผู้คนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรด้วย วันนี้เอาแค่ให้ได้ค่าชดเชยเกินหลักแสนบาทก็ยากเย็นแสนเข็ญ
ขณะที่ตัวผู้บริหาร กรรมการบริษัทริยักษ์เหล่านี้ ยังคงใช้ชีวิต "กินหรู อยู่สบาย" ในห้องแอร์และ ไม่เคยต้องแปดเปื้อนจากบทลงโทษใดๆ

เอาแค่จะยกเลิกสัญญาขึ้นบัญชีดำ "แบล็กลิสต์" บริษัทรับเหมาสุดชุ่ยที่ว่านี้ ไม่ให้มีโอกาสเข้ามารับงานภาครัฐได้อีก สถาบันศาลสถิตยุติธรรมไทยก็พร้อมจะเข้ามาทำหน้าที่ปกป้องผู้บริหารบริษัทรับเหมาชั้นนำเหล่านี้.. ที่ราวกับไม่เห็นค่าชีวิตของประชาชน!
ไม่เชื่อก็ปูเสื่อรอดูกัน!!!
แก่งหิน เพิง