
ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ชี้เทรนด์อสังหาฯ บ้านประหยัดพลังงาน รักษ์โลก ขึ้นแท่นมาตรฐานใหม่ของกลุ่ม Real Demand เหตุตอบโจทย์การใช้ชีวิตระยะยาว แนะผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ LALIN เปิดเผยว่า ทิศทางการตัดสินใจของผู้ซื้อบ้านกลุ่มเรียลดีมานด์ในปัจจุบัน สะท้อนการมองที่อยู่อาศัยในฐานะพื้นที่ใช้ชีวิตระยะยาว มากกว่าการพิจารณาเพียงราคา หรือสิทธิประโยชน์ในช่วงเวลาสั้น ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับบ้านที่สามารถรองรับการใช้ชีวิตจริง ทั้งด้านการใช้งาน ความคุ้มค่า ค่าใช้จ่ายที่สามารถบริหารจัดการได้ และสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมสุขภาวะ ส่งผลให้แนวคิดเรื่องบ้านประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจเลือกซื้อที่อยู่อาศัยอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิต และสะท้อนความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งกลายเป็นความคาดหวังพื้นฐานของผู้ซื้อบ้านกลุ่มดังกล่าวในยุคปัจจุบัน
จากการสำรวจพบว่า ผู้ซื้อโฟกัส “ต้นทุนตลอดอายุการอยู่อาศัย (Total Cost of Living)” มากกว่าราคาซื้อเริ่มต้น ขณะเดียวกันความผันผวนด้านสภาพอากาศและปัญหาสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ผู้บริโภคมองหาบ้านที่ช่วยลดการใช้พลังงาน อยู่สบาย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ภาพดังกล่าวสอดคล้องกับเมกะเทรนด์ด้าน พลังงานแพงและความเสี่ยงด้านพลังงาน (Energy Volatility) ที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับค่าไฟระยะยาวมากกว่าต้นทุนเริ่มต้น และบ้านที่มีประสิทธิภาพพลังงานหรือผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ (Solar Home) กลายเป็นปัจจัยขายสำคัญของโครงการอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน

“บ้านประหยัดพลังงานและรักษ์โลกกำลังเปลี่ยนบทบาทจากทางเลือกไปสู่มาตรฐานพื้นฐานของตลาดที่อยู่อาศัยยุคใหม่ เนื่องจากสามารถตอบโจทย์การอยู่อาศัยครบทั้งด้านการบริหารค่าใช้จ่ายพลังงานในระยะยาว การส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย และการสอดรับกับทิศทางโลกด้านความยั่งยืน เมื่อผู้บริโภคเห็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน แนวคิดดังกล่าวจึงกลายเป็นความคาดหวังหลักของผู้ซื้อบ้านกลุ่มนี้ที่ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมและฟังก์ชันที่สามารถใช้งานได้จริงและสร้างคุณค่าอย่างต่อเนื่อง”
นายชูรัชฏ์ กล่าวว่า จากเทรนด์ดังกล่าว ลลิล ได้กำหนดกลยุทธ์การพัฒนาที่อยู่อาศัยโดยยึดแนวคิด การพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน เป็นแกนหลัก ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบบ้าน การเลือกใช้วัสดุ การวางผังโครงการ ไปจนถึงการบริหารจัดการชุมชน เพื่อให้บ้านประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกลายเป็นมาตรฐานของทุกโครงการ พร้อมตอบโจทย์การอยู่อาศัยจริงของผู้บริโภคในระยะยาว และเห็นว่าภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จำเป็นต้องปรับบทบาทจากการนำเสนอเพียงตัวบ้านไปสู่การส่งมอบคุณค่าในการอยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง ผ่านการลงทุนด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการออกแบบที่สอดคล้องแนวคิดความยั่งยืน ควบคู่การสื่อสารให้ผู้บริโภคเห็นประโยชน์เชิงรูปธรรมเพื่อรองรับความต้องการของผู้ซื้อบ้าน
