
เป็นความเสียหายที่ประเมินค่ามิได้ หลังจากพรรคประชาชน หอบ 143 สส. พร้อมคะแนนปาร์ตี้ลิสต์กว่า 14 ล้านเสียง ไปทำ MOA กับพรรคภูมิใจไทย แล้วสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อแก้รัฐธรรมนูญ
…
ตามที่ นายณัฐพงษ์ (เท้ง) เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวอภิปรายปิดท้ายในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อสนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกฯ เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 68 ว่า “วันนี้เราไม่ได้เลือกคุณอนุทิน มาบริหารประเทศ เราเลือกคุณอนุทินมายุบสภาผู้แทนราษฎร ภายใต้กรอบเวลาที่ตกลงกัน”

แต่สุดท้ายร่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญฯ ก็ไปไม่ถึงการพิจารณาในวาระ 3 เนื่องจากนายอนุทินให้เหตุผลว่า คุมเสียง สว. (สีน้ำเงิน) ไม่ได้! หลังจากนั้นนายอนุทินก็ “ยุบสภา” ในวันที่ 12 ธ.ค. 68
หลังสุด เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 68 นายณัฐพงษ์ประกาศชัดว่าหลังการเลือกตั้งครั้งหน้า ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร จะไม่มี สส.พรรคประชาชนคนใดโหวตสนับสนุนให้นายอนุทินเป็นนายกฯ อีกอย่างแน่นอน และเหตุการณ์เช่นนั้นจะไม่เกิดขึ้นซ้ำสอง พร้อมทิ้งท้ายว่า “อย่าไปไว้ใจคนที่หักหลังซ้ำสอง”

พูดง่ายว่า หลังเลือกตั้งครั้งหน้า (8 ก.พ. 69) มี “เท้ง” ไม่มี “ทิน” แน่นอน! และพรรคประชาชน ยังไปต่ออีกว่าจะไม่ตั้งรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม แบบว่า มี “เท้ง” ไม่มี “เทา” ว่าอย่างนั้นเถอะ!
แต่ช่วงเช้าวันที่ 29 ธ.ค. 68 เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ควบคุมตัว นายบุญฤทธิ์ ผู้สมัคร สส.กรุงเทพมหานคร เขต 33 ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติด เข้าพิมพ์ลายนิ้วมือและดำเนินการตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม

โดยระหว่างการควบคุมตัว นายบุญฤทธิ์ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด พร้อมชี้แจงว่า ข้อกล่าวหาที่ระบุว่าตนได้รับเงินเป็นรายเดือนจากเครือข่ายยาเสพติดนั้นไม่เป็นความจริง และยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรับรู้ข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับขบวนการค้ายาเสพติด แม้ว่าจะเป็นหนึ่งในกรรมการบริษัทจำนวน 4 คน ของบริษัทที่ถูกระบุว่าอยู่ในเครือข่ายของผู้ต้องหาในคดีนี้ แต่ยืนยันว่าไม่ทราบถึงพฤติการณ์ที่ผิดกฎหมาย และไม่รู้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเส้นทางการเงินที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบ
งานนี้ทำเอาคณะกรรมการบริหารพรรคประชาชน ถึงกับปวดหัวที่เพิ่งชูนโยบายพรรคที่ว่า “มีส้ม ไม่มีเทา” แต่ผู้สมัคร สส. ของพรรค กลับถูกจับคดีฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติด แสดงให้เห็นถึงกระบวนการตรวจสอบเกี่ยวกับคุณสมบัติของสมาชิกและตัวผู้สมัคร สส. ที่ไม่มีประสิทธิภาพ หรือว่าปล่อยปละละเลย หลับตาข้างเดียว เพราะพรรคเห็นแก่ “ทุนเทาดำ” หรือไม่?

เนื่องจากมีการออก “หมายจับ” นายบุญฤทธิ์ ตั้งแต่วันที่ 17 ธ.ค. 68 ผ่านมา 10 วัน จนกระทั่งมีการรับสมัคร สส.ในระบบเขต เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 68 คณะกรรมการบริหารพรรคประชาชน ไม่รู้ระแคะระคายกันบ้างเชียวหรือ? ถ้าตำรวจไม่จับกุมเสียก่อน ก็คงไม่มีการเปลี่ยนตัวผู้สมัคร สส. ใช่หรือไม่?
แต่ถึงอย่างไร พรรคประชาชนก็เสียรังวัดไปบานตะไท ถึง 2 ครั้ง 2 ครา ตั้งแต่มี “เท้ง” ไม่มี “ทิน” ตามมาด้วยหลังสุด! “มีส้ม ไม่มีเทา” ว่าแต่เขา อิเหนาเป็นเอง!!
เสือออนไลน์