
ไม่รู้ท่านรองผู้ว่าฯ โคราช "นายมนัส สุวรรณรินทร์" ท่านคิดอะไรของท่าน จู่ๆ ถึงได้ออกมาโพสต์ FB "ทะลุกลางกองไฟ" อรรถาธิบายเรื่องของ "บาร์โค้ด" และ QR Code บนบัตรเลือกตั้งของ กกต. ที่กำลัง "ลุกเป็นไฟ"
โดยระบุว่า "บาร์โค้ด และ QR Code" กับเลขบัตรประจำตัวประชาชนไม่ต่างกัน เล่นเรื่องความลับ เสียจนสังคมปั่นป่วนหมด แล้วมันจะต้องทำสองชั้นและทุจริตขนานใหญ่ถึงจะล่วงรู้ความลับได้
พร้อมจัดชุดใหญ่บรรดานักวิชาการ นักกฎหมาย อินฟลู สส. สอบตก หรือคนมีชื่อเสียงทางสังคมทั้งหลายที่กำลังตีปี๊บเรื่องนี้ว่าเป็นพวก "ฉกฉวยโอกาส" ชี้นำทางสังคมไปทางที่ผิด โดยยืนยันว่าขณะกา (บัตรเลือกตั้ง) ไม่มีใครรู้ว่าเรากาอะไร และเราไม่มีสิทธิถ่ายรูปออกไปแสดงว่าเรากาใคร คนทั่วไปไม่อาจรับรู้ได้และไม่มีสิทธิตรวจสอบ ไม่สามารถเข้าถึงความลับของเราได้ นั่นคือ "ความลับ" ตามความหมายที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้

ระบบการลงคะแนนแบบนี้ไม่มีสิทธิ์ที่ใครจะล่วงรู้ความลับของเราได้ ยกเว้นเจ้าหน้าที่กระทำการทุจริต และขยันนำมาตรวจสอบย้อนกลับเท่านั้น ต้องทุจริตและละเมิดมาตรการรักษาความลับ ขยันนำมาประกบกัน ซึ่งทำได้ยากเพราะบัตรเลือกตั้งเมื่อนับคะแนนเสร็จก็เก็บไว้เป็นสัดส่วน อยู่ในมาตรการรักษาความลับ หากจะทำต้องเจาะหีบออกมาตรวจสอบ คัดแยก ไล่แสกน หากกระทำเช่นนี้ย่อมเป็นการกระทำที่มิชอบ
"หยุดดราม่ากันเถอะครับ QR Code และบาร์โค้ด มันล้มกระดานไม่ได้หรอก เพราะมันไม่สมเหตุสมผล ศาลไหนเค้าจะเอาเหตุผลเพียงเท่านี้มาตัดสินเข้าข้างท่าน มันเป็นแค่วาทะกรรมปั่นป่วนสังคมเท่านั้น"
อีกหน่อยถ้าเค้ายกเลิก QR Code และบาร์โค้ดไปแล้ว จะรู้ได้ยังไงว่าบัตรนี้มาจากหน่วยไหน หากมีการขโมยเกิดขึ้นหรือไปพบบัตรในกองขยะ จะรู้ได้ยังไงว่า บัตรมาจากไหน ก็เกิดปัญหาตรวจสอบย้อนกลับเรื่องทุจริตเลือกตั้งอีกว่าตรวจสอบไม่ได้ ไม่รู้ที่ไปที่มา เฮ้อชีวิต ฟังมาหลายวันแล้ว รู้สึกว่าสมัยนี้ คนเหลี่ยมมันเยอะจริงๆ
ก่อนที่เจ้าตัวจะโพสต์ย้ำอีกรอบว่า ลอตเตอรี่ก็มีบาร์โค้ด และ QR Code เป็นการไม่รักษาความลับรู้หมดว่าใครซื้อไป สแกนปุ๊บรู้ปั๊บ สำนักงานสลากฯ จะต้องคืนเงินให้ลูกค้านะครับ เพราะมันเป็นสิทธิส่วนบุคคล ละเมิดกฎหมาย PDPA

อย่างที่กล่าวไปตั้งแต่ต้น ไม่รู้ท่านรองผู้ว่าฯ โคราช ท่านคิดอะไรของท่านถึงได้ทะลุกลางปล้องออกมาสวนกระแสสังคมแทนคน กกต. ที่ต่างพากัน "หลบฉาก" ไม่ออกมาแถลงข่าวกันแล้ว หลังจากยิ่งชี้แจงยิ่งแถลง
ก็ยิ่งเรียกแขกให้งานเข้า..
เพราะสิ่งที่ท่านรองผู้ว่าฯ โคราช สะท้อนออกมานั้น มันยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่า ทั้งบาร์โค้ด QR Code ที่ว่ามันสามารถ "ตรวจสอบย้อนกลับ" ระบุตัวตนผู้เป็นเจ้าของบัตรได้นั่นเอง แม้จะอ้างว่าขั้นตอนการตรวจสอบที่ว่าทำได้ยาก เพราะเป็นเรื่องของชั้นความลับและการจัดเก็บรักษาคนที่จะเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้ ต้องทำเป็นขบวนการทุจริตครั้งมโหฬารเท่านั้น

กกต. ยิ่งต้องการ "ตัดตอน" ความเกี่ยวโยงระหว่างบาร์โค้ด และ QR Code ถึงสแกนได้ก็ไม่สามารถจะล่วงรู้ได้ว่าเจ้าของบัตรเลือกตั้งรายนี้กาเบอร์ไหนเลือกเบอร์อะไร
แต่ท่านรองฯ กลับพยายามผูกโยงบอกมันเป็นเครื่องมือป้องกันการปลอมแปลงที่ตรวจสอบยังไงก็เจอไปซะงั้น ยิ่งเอาไปโยงกับบาร์โค้ดบนสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่สแกนปุ๊บรู้ได้ปั๊บว่ามาจากชุดไหน เล่มไหน ต้นขั้วขายไปที่ใครหรือเอเย่นต์รายใด ต่อให้เอาสลากฯ ปลอมมาขึ้นเงินสแกนยังไงก็เจอ
ขืน กกต. ให้ท่านรองผู้ว่าฯ ขึ้นให้การกันตัวเป็นพยาน ก็งานเข้า แทนจะช่วยก็กลับกลายเป็น "หวังดีแต่ประสงค์ร้าย" ไปซะฉิบ!
แก่งหิน เพิง