
เสียงสะท้อนของทุกภาคส่วนต่อการที่รัฐบาลปล่อยราคาน้ำมันลอยตัว โดยปล่อยให้น้ำมันทุกชนิดประเภทปรับขึ้นทันที ลิตรละ 6บาท ดีเซลทะลุ 38.94 บาท เบนซิน 50.14 แก๊สโซฮอล์95 41.05บาท แก๊สโซฮอล์91 40.68 ขณะ E20 ลิตรละ 36.05 บาท
นายกรณ์ จาติกวนิช สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า.. วันนี้อยู่สภาถึง 4 ทุ่ม พอกลับถึงบ้านเห็นข่าวออกพอดีว่า พรุ่งนี้ราคาดีเซลจะปรับขึ้นรวดเดียว 6 บาท!
จาก 33 บาทต่อลิตร เป็น 39 บาททันที!

ดูเหมือนรัฐบาลรอให้สภาฯ ปิดก่อนปล่อยข่าว ซึ่งประเด็นนี้ตรงกับที่ผมอภิปรายว่า รัฐบาลอย่าผลักภาระให้ประชาชนฝ่ายเดียว แต่แล้วนี่ก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วคืนนี้
วันนี้กองทุนนํ้ามันต้องชดเชยราคาอยู่ถึงลิตรละ 27 บาท เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยว่า เราไม่ควรต้องอุ้มไว้มากถึงขนาดนั้น
แต่อีกสาเหตุสำคัญที่รัฐบาลปรับขึ้นราคานํ้ามัน ก็เพราะรัฐบาลหาวิธีแก้ปัญหาไอ้โม่งกักตุนนํ้ามันไม่ได้ และหวังว่าการปรับราคาสูงขึ้นจะทำให้การกักตุนนั้นลดลง
ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า วิธีนี้จะทำให้ประชาชนเดือดร้อนมาก นอกจากราคานํ้ามันจะเพิ่มขึ้นแล้ว ราคาสินค้าทุกชนิดจะปรับขึ้นตามด้วย
พรรคประชาธิปัตย์เราขอยืนยันว่า รัฐบาลไม่ควรให้ประชาชนรับภาระอยู่ฝ่ายเดียว แต่รัฐบาลและโรงกลั่นต้องเสียสละด้วย
ในส่วนของโรงกลั่น มีสามประเด็นสำคัญ
1. วิธีการกำหนดราคาขายเป็นราคาสิงคโปร์ที่รวมค่าขนส่งสมมติว่าต้องขนจากสิงคโปร์มาไทย (ทั้งๆ ที่โรงกลั่นอยู่ในไทย) - วิธีนี้ทำให้ราคานํ้ามันสูงเกินจริง
2. โรงกลั่นช่วงนี้กำไรแบบลาภลอยจากนํ้ามันดิบในสต๊อกที่ราคาสูงขึ้นมาก
3. บวกกับค่าการกลั่นปัจจุบันพุ่งขึ้นเป็น 6.33 บาทต่อลิตร สูงกว่าระดับก่อนวิกฤตถึง 3 เท่า

พรรคประชาธิปัตย์ จึงได้เสนอว่า รัฐบาลควรเก็บ ‘ค่าธรรมเนียมลาภลอย’ 3 บาทต่อลิตร เข้ากองทุนนํ้ามัน
ในส่วนของรัฐบาล รัฐบาลควรปรับลดภาษีสรรพสามิตลงทันที 6 บาทต่อลิตร (ปัจจุบันเก็บอยู่ 6.90) ซึ่งความจริงหากรัฐบาลเชื่อเรา ด้วยเพียงแค่มาตรการนี้ พรุ่งนี้รัฐบาลไม่ต้องปรับเพิ่มราคานํ้ามันเลยแม้แต่บาทเดียว!
รัฐบาลกำลังผลักภาระทั้งหมดไปที่ประชาชน โดยปล่อยให้โรงกลั่นทำกำไรมหาศาล และโดยที่รัฐบาลไม่คิดจะเสียสละลดรายได้ภาษีหรือค่าใช้จ่ายของรัฐบาลเลย
ขอเสริมว่าถ้ารัฐบาล ‘พูดแล้วทำ' จริง และปล่อยลอยตัวราคานํ้ามันดีเซลตามคำพูดท่านนายกฯ ราคาจะไม่หยุดอยู่แค่นี้ครับ มีสิทธิได้เห็นลิตรละ 50 บาทในอีกไม่นาน
พีระพันธุ์.. ซัดหนัก “ปล้นกันชัดๆ”
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์หลังน้ำมันพุ่ง 6-8บาทต่อลิตร ว่า..แบบนี้มันปล้นกันชัดๆ!

กระทุ้งพาณิชย์เบรกด่วน!
นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลอนุทิน โพสต์สวนมางน้ำมันขึ้นว่า.. พาณิชย์ ต้องเบรกด่วน น้ำมันสต๊อกเก่าขึ้นพรวด 6 บาท ผมว่าเกินไปแล้ว เพราะแบบนี้ โรงกลั่นถึงกั๊กน้ำมัน เก็บไว้ขายทำกำไร

พริษฐ์.. ชอค!
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ สส.พรรคประชาชน เดินทางไปที่ปั๊มน้ำมันกางดึก พร้อมโพสต์ว่า..“เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขแบบใด ถึงได้ขึ้นกระชากแบบนี้ ทั้งๆ ที่”..
1. ยังไม่มีคำตอบหรือข้อสรุปว่าใครกักตุนที่ผ่านมา
2. ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องภาษีลาภลอย
3. ยังไม่มีความชัดเจนว่ามาตรการเยียวยาประชาชนกลุ่มต่างๆ จะเริ่มทันทีหรือไม่
4. ยังไม่มีคำชี้แจงจากนายกฯในสภาแม้แต่คำเดียวตลอดทั้งวัน
ป.ล. ภาพจากสถานการณ์ที่ปั๊มแถวลาดพร้าว กทม. ณ เวลา 01.30 น. - คิวอยู่ที่ประมาณ 15 นาที
ป.ล.2. ผมว่าผมเข้าใจแล้วว่า ทำไมสัปดาห์นี้ ถึงนัดประชุมสภาแค่วันเดียว โดยไม่เปิดประชุมสภาพรุ่งนี้ ทั้งๆ ที่ธรรมดาจะมีประชุมสภาทุกวันพฤหัสบดีด้วย

ขึ้นพรวดแบบนี้ หรือว่ารัฐบาลเป็นพวกเดียวกับ “ไอ่โม่ง”??
นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ส.ส.พรรคประชาชน โพสต์ตั้งข้อสงสัยว่า “ขึ้นพรวดแบบนี้ หรือว่ารัฐบาลเป็นพวกเดียวกับ “ไอ่โม่ง”.. พร้อมระบุว่า การอั้นราคาน้ำมันแล้วปล่อยผี 6 บาท ไม่ต่างอะไรกับตอนวิกฤต #ต้มยำกุ้ง ล็อคอัตราแลกเปลี่ยน 25 บาทต่อดอลล่าร์ พอเงินหมดปล่อยลอยตัว คนไทยพังทั้งกระดาน (ยกเว้นไอ่โม่งที่รู้ล่วงหน้าจะลอยตัว ตุนดอลล่าร์ไว้ขายทำกำไรระยะสั้น)
ในทุกวิกฤตย่อมมี “ไอ่โม่ง” หากินกับคนไทย ไม่ว่าจะ แมส-ถุงมือยาง ช่วงโควิด, ยุคสวาปาล์ม ปี 54, เนื้อหมู, ไข่ไก่, เหล็ก ก็ทำกันมาแล้ว ส่วนรอบนี้หากินกับ #น้ำมัน
ทุกคนทราบดีว่า ไงราคาน้ำมันต้องปรับขึ้น แต่ถ้ารัฐกำกับไม่ให้ปรับราคาแบบก้าวกระโดด มันจะลดการกักตุ้น-ทำกำไรระยะสั้นได้เยอะมากครับ
รัฐใช้กองทุนสะกัดราคาเป็นช่วงๆ ให้ทะยอยปรับขึ้นทีละนิด 30-50สต./วัน แต่ที่ปล่อยโครม 6บาท คือ แบบนี้เขาถือว่า เป็นพวกเดียวกับ “ไอ่โม่ง” ครับ

“เอกนิติ” ปัดลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ได้เตรียมการหากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงถึงขีดจำกัด โดยเตรียมพิจารณาใช้กลไกภาษีสรรพสามิตมาเป็นตัวช่วย
พร้อมยอมรับว่า ในวันนี้ รัฐบาลยังไม่สามารถลดภาษีสรรพสามิตได้ เนื่องจากมีข้อจำกัดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 169 ที่ไม่สามารถลดภาษีสรรพสามิตได้ ณ วันนี้ แต่ได้สั่งการให้กระทรวงการคลังเตรียมพร้อมสำหรับเครื่องมือในการดูแลประชาชนในส่วนนี้ไว้เรียบร้อย
“วันนี้ ได้เช็กกับทางกฎหมายแล้วว่า รัฐบาลปัจจุบันยังไม่สามารถออกกฎหมายได้ ต้องรอมีรัฐบาลใหม่ แต่ว่าผมก็ได้สั่งการให้เตรียมพร้อมไว้ในทุกมิติแล้ว” ดร.เอกนิติ กล่าว

ทั้งนี้ ตามมาตรา 169 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ได้กำหนดข้อจำกัดอำนาจหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี หลังยุบสภาหรือสภาสิ้นอายุ โดยห้ามอนุมัติงานหรือโครงการที่สร้างภาระผูกพันต่อรัฐบาลชุดต่อไป รวมไปถึงห้ามแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ห้ามอนุมัติงบฉุกเฉิน และห้ามใช้ทรัพยากรหรือบุคลากรของรัฐเพื่อหาเสียง เว้นแต่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)