
ศาลอาญาอนุมัติหมายจับ "แทนไท ณรงค์กูล" ซีอีโอ ไททัน แคปปิตอล กรุ๊ป ฐานสมคบฟอกเงิน อายุความ 15 ปี พบความเชื่อมโยงทำเว็บพนันออนไลน์และดูหนังเถื่อน เสียหายกว่า 4,500 ล้านบาท ชี้เคยอวดรวยประมูลป้ายทะเบียนรถสวย 45 ล้าน!
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ศาลอาญาอนุมัติหมายจับ นายแทนไท ณรงค์กูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไททัน แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด เมื่อวันที่ 22 ม.ค. ที่ผ่านมา ตามคำร้องของพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในความผิดฐานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน โดยศาลพิจารณาเห็นว่าผู้ต้องหาน่าจะกระทำความผิดอาญาที่มีอัตราโทษจำคุกสูงเกินกว่า 3 ปี อีกทั้งมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนีและไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง จึงให้อำนาจพนักงานสอบสวนจับกุมตัวภายในอายุความ 15 ปี

คดีดังกล่าว สืบเนื่องจากการขยายผลการสอบสวนกรณีการกล่าวหา นายนุวัฒน์ ยงยุทธ กับพวกรวม 7 คน ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน ซึ่งมีมูลเหตุมาจากการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่มีลักษณะเป็นการค้า โดยก่อนหน้านี้ นายอธิวัฒน์ พุทธะโรจน์ธรรม ผู้รับมอบอำนาจจากเจ้าของลิขสิทธิ์ภาพยนตร์และโสตทัศน์วัสดุต่างประเทศ ได้เข้าร้องทุกข์ต่อดีเอสไอให้ดำเนินคดีกับเว็บไซต์ moviebfree ซึ่งเผยแพร่ภาพยนตร์ละเมิดลิขสิทธิ์
จากการสืบสวนพบเส้นทางการเงินและความเชื่อมโยงว่า นายนุวัฒน์ ได้ร่วมกับ นายแทนไท จัดทำเว็บไซต์พนันออนไลน์และนำโฆษณามาฝังไว้ในเว็บไซต์ดูหนังเถื่อนดังกล่าว ในรูปแบบคลิปวิดีโอโฆษณาที่ปรากฏก่อนการฉายภาพยนตร์ โดยมีนุวัฒน์ทำหน้าที่ดำเนินการเรื่องการติดต่อโฆษณาและการรับเงินทั้งหมด

นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนยังได้รวบรวมพยานหลักฐานสำคัญจากพยานที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์อีกแห่งหนึ่ง ซึ่งให้การว่าเคยติดต่อขอซื้อไฟล์ภาพยนตร์จากเว็บไซต์ moviebfree ผ่านแอปพลิเคชันไลน์กับบัญชีผู้ใช้ชื่อ tantaiz1688 โดยพยานจดจำได้ว่าเป็นนายแทนไท ซึ่งเคยติดต่อลงโฆษณาเว็บพนัน ufa678n บนหน้าเว็บไซต์ของตน และมีการโอนเงินค่าโฆษณาผ่านบัญชีชื่อ นางสาวเจนจิรา บำรุงศิลป์
จากพยานหลักฐานทั้งหมด ดีเอสไอจึงเชื่อได้ว่า แทนไทกับพวก ได้ร่วมกันกระทำความผิดเกี่ยวกับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อการค้า ซึ่งถือเป็นความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3(13), มาตรา 5, มาตรา 9 และมาตรา 60 ส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของลิขสิทธิ์และระบบเศรษฐกิจ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมสูงถึง 4,518,790,200 บาท (สี่พันห้าร้อยสิบแปดล้านเจ็ดแสนเก้าหมื่นสองร้อยบาท) นำไปสู่การออกหมายจับเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากธุรกิจขนมจีบ.. สู่เทรด Forex-ธุรกิจเงินทุน.. สู่คุก!
ก่อนหน้านี้ นายแทนไทย เคยสร้างสตอรี่เริ่มทำธุรกิจค้าขายขนมจีบ ขยับสู่เทรด Forec (Foreign Exchange หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ Forex คือตลาดการซื้อขายและแลกเปลี่ยนสกุลเงิน) และเริ่มเข้าสู่ธุรกิจการเงินระดับ 1,000 ล้าน ในชื่อบริษัท ไททัน แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ที่มีนายแทนไท ณรงค์กูล นั่งเป็นซีอีโอ
สำหรับพฤติกรรมอวดรวยที่สร้างความฮือฮาของนายแทนไทยคือ การทุ่มเงินชนะการประมูลป้ายทะเบียนเลขสวย “9กก 9999” ของกรมการขนส่งทางบก เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2565 ด้วยราคาสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ประเทศไทยที่ 45,090,000 บาท โดยยืนยันไม่ได้ฟอกเงินและชำระด้วยเงินจากการทำธุรกิจถูกต้อง

แต่ในวันนี้ซีอีโอแทนไทยถูกศาลอาญาออกหมายจับ เพราะไปเกี่ยวโยงกับการฟอกเงิน ผ่านเวบพนันและการละเมิดลิขสิทธิ์..
งานนี้คงได้เจอกลุ่มเพื่อนทั้งเทรด Forexและทำเวบพนันที่เคยถูกจับยัดเข้าคุกไปแล้วหลายราย อย่างเช่น นายภูมิพัฒน์หรืออั้ม ที่ศาลสั่งจำคุก 20 ปี!
