
บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ “BTG” บริษัทอาหารครบวงจรชั้นนำของไทย รายงานผลการดำเนินงานปี 2568 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง สะท้อนการดำเนินงานตามแผนอย่างมีวินัย การปรับพอร์ตสินค้าที่มีประสิทธิภาพ และการมุ่งเน้นการเติบโตที่สร้างผลตอบแทนมากขึ้น ในปี 2568 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ จำนวน 6,684.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 171.0% จาก 2,466.2 ล้านบาท ในปีก่อน และรายได้รวมเติบโต 7.0% เป็น 122,950.3 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 16.9% จาก 13.5% ของปีก่อน ด้วยแรงหนุนจากการปรับพอร์ตสินค้าให้ทำกำไรได้มากขึ้น และประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้น

นายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ปี 2568 เป็นปีแห่งความก้าวหน้าที่วัดผลได้ชัดเจน โดยเราสามารถเพิ่มอัตรากำไรได้มากขึ้น สร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งขึ้น และเพิ่มคุณภาพพอร์ตสินค้าได้ดีขึ้น เป้าหมายของเรายังคงชัดเจน นั่นคือ การดำเนินงานตามแผนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้น”
การปรับพอร์ตสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น
บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าปรับสมดุลพอร์ตสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น โดยสามารถสร้างรายได้จากผลิตภัณฑ์แปรรูปและอาหารพร้อมทานเพิ่มขึ้น 8.6% จากปีก่อน ส่งผลให้อัตรากำไรขยายตัวและเพิ่มเสถียรภาพของกำไร
นอกจากนี้ ยอดขายผ่านช่องทางจำหน่ายที่มีอัตรากำไรสูงปรับตัวดีขึ้น โดยรายได้จากกลุ่มลูกค้า Foodservice และโมเดิร์นเทรดเติบโต 19.5% จากปีก่อน โดยช่องทางเหล่านี้ให้มาร์จิ้นที่สูงกว่าและมีความต้องการที่มั่นคงกว่า ซึ่งช่วยสนับสนุนให้รายได้เติบโตอย่างมีคุณภาพ
ส่วนรายได้จากธุรกิจต่างประเทศเติบโต 21.1% เทียบกับปีก่อน จากการรุกเจาะตลาดเชิงลึกและการสร้างเครือข่ายพันธมิตรเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจ ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิในปี 2568 เพิ่มขึ้นเป็น 5.4% จาก 2.1% ในปีก่อน

การจัดสรรเงินทุนอย่างรอบคอบ - เน้นผลตอบแทนเป็นหลัก
บริษัทฯ เตรียมลงทุนต่อเนื่อง มูลค่า 5,300 ล้านบาท ในโครงการที่กำหนดไว้ตามแผน เพื่อเติบโตรายได้ ยกระดับผลิตภาพ และปรับปรุงเทคโนโลยีให้ทันสมัย โดยทุกโครงการต้องผ่านเกณฑ์ผลตอบแทนที่กำหนดอย่างเคร่งครัด โดยมีอัตราผลตอบแทนของการลงทุน (IRRs) ที่คาดหวังในระดับสองหลัก และมีระยะเวลาคืนทุนเป็นไปตามกรอบการลงทุนที่เข้มงวดของบริษัทฯ
นอกจากนี้ บริษัทฯ กำลังพิจารณาโอกาสการเติบโตจากภายนอกที่เหมาะสม (selective inorganic opportunities) ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ขององค์กรและช่วยเพิ่มกำไรต่อหุ้น เพื่อต่อยอดความสำเร็จจากดีลควบรวมกิจการ Eggriculture ในสิงคโปร์

ความมุ่งมั่นในการสร้างมูลค่าที่ยั่งยืน
เมื่อเร็ว ๆ นี้ เบทาโกรสามารถคว้ารางวัล Highly Commended Sustainability Awards จากเวที SET Awards 2025 และได้รับการประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ประจำปี 2025 ในระดับสูงสุด AAA ต่อเนื่องเป็นปีที่สองจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สะท้อนถึงการเดินหน้าบูรณาการหลัก ESG เข้ากับการดำเนินงาน การกำกับดูแล และการบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง

บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นยกระดับความสามารถในการทำกำไร เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้เงินทุน และสร้างมูลค่าที่ยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว
“เรากำลังสร้างเบทาโกรให้แข็งแกร่งขึ้นและมียุทธศาสตร์มากขึ้น ด้วยการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตและวินัยทางการเงิน สิ่งที่เราให้ความสำคัญ คือ การสร้างกำไรให้เติบโตอย่างยั่งยืน การเพิ่มผลตอบแทนจากเงินลงทุน และการสร้างมูลค่าในระยะยาว” นายวสิษฐ กล่าวสรุป
หมายเหตุ: เกี่ยวกับบริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน)
เบทาโกร บริษัทอาหารครบวงจรชั้นนำของไทย ที่มุ่งมั่นเพิ่มคุณค่าชีวิตทุกคนด้วยอาหารที่ดีกว่า เพื่อชีวิตที่ยั่งยืน ดำเนินธุรกิจครบวงจรครอบคลุมตลอดห่วงโซ่การผลิตอาหาร ตั้งแต่การผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์ ผลิตภัณฑ์เวชภัณฑ์และสารเสริมสำหรับสัตว์ ปศุสัตว์ การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ ทั้งเนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ไก่ และปลา และอาหารแปรรูปที่เกี่ยวข้อง สำหรับการบริโภคในประเทศและส่งออกไปกว่า 30 ประเทศทั่วโลก อีกทั้งยังมีการขยายการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กัมพูชา ลาว เมียนมา และสิงคโปร์ ตลอดจนการดำเนินงานด้านการค้นคว้าวิจัยและพัฒนา การติดตามและควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการ ภายใต้ระบบการจัดการคุณภาพเบทาโกร (Betagro Quality Management - BQM) รวมถึงมาตรการความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) ขั้นสูงที่ได้การรับรองและเป็นที่ยอมรับตามมาตรฐานสากล และให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (United Nations Sustainable Development Goals – SDGs) และดำเนินการภายใต้กรอบ ESG (Environmental, Social, and Governance) เพื่อมุ่งสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน
