
นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ตามที่มีกระแสข่าวการนำเข้าสินค้ามันสำปะหลังจากประเทศกัมพูชามาเป็นจำนวนมาก ทำให้เกษตรกรมีความกังวลว่าจะทำให้ราคาสินค้ามันสำปะหลังในประเทศจะปรับลดลง กรมศุลกากรขอชี้แจงว่า ได้ดำเนินการบูรณาการร่วมกับกรมวิชาการเกษตร และกรมการค้าต่างประเทศ เพื่อยกระดับมาตรการการตรวจสอบการนำเข้ามันสำปะหลังอย่างเข้มงวด และพบว่าสินค้ามันสำปะหลังที่นำเข้ามาทางด่านศุลกากรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีการแสดงถิ่นกำเนิดสินค้า (C/O) เป็นสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
กรมศุลกากร ร่วมกับด่านตรวจพืช กรมวิชาการเกษตร และกรมการค้าต่างประเทศ ได้มีมาตรการตรวจสอบการนำเข้าสินค้ามันสำปะหลังอย่างละเอียด (Physical Inspection) และเข้มงวด โดยหากพบว่าไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมวิชาการเกษตร กรมการค้าต่างประเทศ และกระทรวงพาณิชย์ประกาศกำหนด จะระงับการนำเข้าและผลักดันกลับทันที นอกจากนี้ กรมศุลกากรได้มีการเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังเชิงรุก โดยสั่งการให้ฝ่ายสืบสวนและปราบปรามของทุกด่านศุลกากรเพิ่มความถี่ในการลาดตระเวนตามแนวชายแดน และประสานงานข่าวกรองร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เพื่ออุดช่องโหว่การลักลอบนำเข้าในเส้นทางธรรมชาติและการแสดงรายการสินค้าเป็นเท็จ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของเกษตรกรไทยและรักษาเสถียรภาพราคามันสำปะหลังภายในประเทศ

สำหรับสถิติการนำเข้ามันสำปะหลังจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวทางด่านศุลกากรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงปีงบประมาณ 2569 (ตุลาคม 2568 – 24 มกราคม 2569) เปรียบเทียบกับในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา พบว่า ปริมาณการนำเข้าในภาพรวมลดลงกว่า 502 ล้านกิโลกรัม คิดเป็นร้อยละ 52.79 โดยส่วนใหญ่นำเข้าทางด่านศุลกากรช่องเม็กซึ่งลดลงจาก 366.8 ล้านกิโลกรัม ลดลงเหลือ 303.2 ล้านกิโลกรัม คิดเป็นกว่าร้อยละ 17.32
อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลในการควบคุมคุณภาพสินค้าเกษตรนำเข้าอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าที่เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นสินค้าที่มีแหล่งกำเนิดที่ถูกต้องและมีคุณภาพตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด