
น.ส.ปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงการปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมบริการผู้โดยสารขาออก (PSC) สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ จาก 730 บาทต่อคน เป็น 1,120 บาทต่อคนว่า การปรับอัตราดังกล่าวอยู่ระหว่างรอการลงนามอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) หลังจากที่ กบร. มีมติเห็นชอบแล้ว
โดยคาดว่าหากได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการ จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนพฤษภาคม 2569 ทั้งนี้ การปรับขึ้นค่า PSC จะส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารต่างชาติเป็นหลัก ขณะที่เที่ยวบินภายในประเทศยังคงใช้อัตราเดิม ไม่มีการปรับเพิ่มแต่อย่างใด
ทั้งนี้ AOT คาดว่าการปรับขึ้นค่า PSC จะสร้างรายได้เพิ่มเติมมากกว่า 1 หมื่นล้านบาทต่อปี โดยย้ำว่าไม่ใช่การปรับขึ้นเพื่อมุ่งหวังกำไร แต่เป็นการปรับให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริงและการลงทุนที่ผ่านมา เพื่อให้การบริหารจัดการสนามบินมีความมั่นคง และสามารถรักษามาตรฐานความปลอดภัย ในระยะยาว ทั้งนี้ รายได้ที่เพิ่มขึ้นจะถูกนำกลับไปลงทุนพัฒนา และปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของสนามบินโดยตรง ทั้งในส่วนที่ผู้โดยสารมองเห็นและไม่มองเห็น เช่น ห้องน้ำ ระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ โครงสร้างอาคารผู้โดยสาร รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัย เพื่อยกระดับคุณภาพการบริการ ความสะดวกสบาย และความยั่งยืนของท่าอากาศยานไทยในอนาคต

น.ส.ปวีณา ระบุว่า ค่า PSC อัตราใหม่จะถูกนำมาใช้กับท่าอากาศยานหลัก 6 แห่งภายใต้การบริหารของ AOT ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต หาดใหญ่ เชียงใหม่ และเชียงราย ซึ่งเป็นสนามบินที่รองรับการเดินทางระหว่างประเทศเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ามีกระแสความกังวลจากฝ่ายการเมืองและหลายภาคส่วนที่มองว่า การปรับขึ้นค่าธรรมเนียมอาจเป็นการเพิ่มภาระให้กับผู้โดยสาร และอาจกระทบต่อบรรยากาศการท่องเที่ยวของประเทศ แต่ AOT เห็นว่าผลกระทบดังกล่าวจะอยู่ในวงจำกัด โดยอ้างอิงจากการศึกษาระหว่างประเทศที่ชี้ว่า ค่าบริการผู้โดยสารมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเดินทางค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับราคาโดยสารเครื่องบิน
#ตั๋วบินต่างประเทศ #เที่ยวต่างประเทศ #สนามบิน